รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในประเด็นเกี่ยวกับคนพิการ
|
รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ |
พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ |
พระราชบัญญัติการจัดการศึกษา สำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ |
|
๑. การห้ามเลือกปฏิบัติ มาตรา ๓๐ ได้ระบุไว้ถึงสิทธิและความเสมอภาคของประชาชน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความพิการจะกระทำมิได้ |
มาตรา ๑๕ – ๑๗ ได้กล่าวถึง “การกำหนดนโยบาย กฎ ระเบียบ มาตรการ โครงการหรือวิธีปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการ จะกระทำมิได้” ผู้เสียหายหรือองค์กรคนพิการสามารถร้องต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติและใช้สิทธิทางศาลได้ คณะกรรมการฯ มีคำสั่งเพิกถอนหรือห้ามมิให้เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมได้ และคำสั่งถือเป็นที่สุด |
มาตรา ๘ วรรคห้า บัญญัติว่า “สถานศึกษาใดปฏิเสธไม่รับคนพิการเข้าศึกษา ให้ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามกฎหมาย” สถานศึกษาจะปฏิเสธการรับคนพิการเข้าเรียนไม่ได้ ดังนั้นสถานศึกษาทุกแห่งจะต้องมีมาตรการรองรับในการที่จะจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถรับคนพิการเข้าศึกษาในทันทีแต่ควรมีแผนรองรับที่ชัดเจน |
|
๒. สิทธิในกระบวนการยุติธรรม มาตรา ๔๐ (๖) ได้บัญญัติถึงสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม ผู้พิการหรือทุพพลภาพย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีอย่างเหมาะสม และย่อมมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ |
มาตรา ๑๗ บัญญัติถึงการฟ้องคดีจากกรณีคนพิการถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม คนพิการหรือองค์กรที่ฟ้องคดีได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม มาตรา ๒๐ (๕) บัญญัติถึงสิทธิของคนพิการที่จะได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายและการจัดหาทนายความว่าต่างแก้ต่างคดีได้ |
|
|
๓. สิทธิทางการศึกษา มาตรา ๔๙ ได้บัญญัติถึงสิทธิในการได้รับการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๒ ปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย นอกจากนั้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการได้บัญญัติให้รัฐสนับสนุนคนพิการให้ได้รับการศึกษาทัดเทียมกับบุคคลอื่น |
ได้มีการบัญญัติไว้แบบกว้างๆ ในมาตรา ๒๐ (๒) ให้คนพิการได้รับสิทธิทางการศึกษาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง |
ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดสิทธิทางการศึกษาสำหรับคนพิการไว้อย่างกว้างขวาง มาตรา ๕ กำหนดให้คนพิการได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการจนตลอดชีวิต พร้อมทั้งได้รับเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา นอกจากนั้นยังให้สิทธิในการเลือกใช้บริการโดยที่บริการเหล่านั้นจะต้องได้มาตรฐานอีกด้วย |
|
๔. สิทธิในสวัสดิการ สวัสดิการสำหรับคนพิการได้กำหนดไว้ว่าเป็นสิทธิของคนพิการในมาตรา ๕๔ ได้ระบุให้คนพิการมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสวัสดิการ สิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลืออื่นที่เหมาะสมจากรัฐ นอกจากนั้นยังกำหนดไว้ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๘๐ ให้คนพิการได้รับสวัสดิการและการสงเคราะห์เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้ |
สิทธิและสวัสดิการสำหรับคนพิการปรากฏเป็นหลักในมาตรา ๒๐ และมาตราอื่น สามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังต่อไปนี้ - การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล - การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพและมาตรการต่างๆ ในการส่งเสริมการมีงานทำ การกำหนดระบบโควต้าให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนรับคนพิการเข้าทำงาน - การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมและความช่วยเหลือให้เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากบริการสาธารณะ อาคารสถานที่ ยานพาหนะ การเดินทางคมนาคมขนส่ง การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร สิทธิในการใช้สัตว์นำทางหรือกายอุปกรณ์โดยไม่เสียค่าบริการเพิ่มเติมในการเดินทาง เป็นต้น - บริการล่ามภาษามือ
-
การจัดสวัสดิการเบี้ยความพิการ การปรับปรุงสภาพ - การส่งเสริม การจัดสวัสดิการ หรือการได้รับลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ช่วยคนพิการ - การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีสำหรับคนพิการ สถานประกอบการที่รับคนพิการเข้าทำงาน และองค์กรเอกชนที่จัดสวัสดิการสำหรับคนพิการ - การจัดให้มีกองทุนเพื่อให้คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการกู้เพื่อการประกอบอาชีพอิสระ และอุดหนุนเพื่อการจัดบริการหรือกิจกรรมเพื่อคนพิการ - ฯลฯ |
การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการมีความกว้างขวางขึ้นอย่างมากสามารถสรุปสาระสำคัญดังนี้ - การจัดการศึกษาสามารถจัดได้หลากหลายรูปแบบและมีความยืดหยุ่นให้หน่วยงานต่างๆ สามารถจัดการศึกษาได้อย่างกว้างขวาง - การสนับสนุนให้คนพิการได้รับสิทธิทางการศึกษา การสนับสนุนบุคลากรทางการศึกษาและการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ - การอุดหนุนและช่วยเหลือสถานศึกษาที่จัดการศึกษาสำหรับคนพิการทั้งภาครัฐและเอกชน - การจัดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ และมีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ - ฯลฯ |
|
๕. หลักการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วม ตามรัฐธรรมนูญได้กำหนดสาระสำคัญของการกระจายอำนาจสู่การปกครองส่วนท้องถิ่นไว้อย่างชัดเจน (หมวด ๑๔ มาตรา ๒๘๑ – ๒๙๐) ซึ่งการกระจายอำนาจนั้นย่อมมีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้ด้วย ในด้านของคนพิการนั้นมีหลักของการมีส่วนร่วมที่สำคัญปรากฎอยู่ในมาตรา ๑๑๔ วรรคสอง ที่กล่าวถึงการสรรหาวุฒิสมาชิกจะต้องให้โอกาสกับผู้ด้อยโอกาสทางสังคม และมาตรา ๑๕๒ ได้บัญญัติถึงการยกร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับคนพิการจะต้องมีผู้แทนองค์กรเอกชนเกี่ยวกับคนพิการอย่างน้อยหนึ่งในสามของจำนวนกรรมาธิการที่พิจารณากฎหมายนั้นๆ |
การกระจายอำนาจในด้านการจัดสวัสดิการสำหรับคนพิการได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนในมาตรา ๒๑ ที่กำหนดให้ราชการส่วนท้องถิ่นออกข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ ข้อกำหนด ระเบียบหรือประกาศได้ตามพระราชบัญญัตินี้ ในด้านการมีส่วนร่วมนั้นเป็นสาระสำคัญที่คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ตลอดจนคณะกรรมการ อนุกรรมการ และคณะทำงานต่างๆ จะต้องมีผู้แทนของคนพิการเข้าร่วมด้วยทุกระดับ การมีส่วนร่วมของคนพิการนี้เป็นการมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ |
การกระจายอำนาจในด้านการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนในมาตรา ๑๐ ที่กำหนดให้ราชการส่วนท้องถิ่นออกข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ ข้อกำหนด ระเบียบหรือประกาศได้ตามพระราชบัญญัตินี้ ในด้านการมีส่วนร่วมนั้นเป็นสาระสำคัญที่คณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ตลอดจนคณะกรรมการ อนุกรรมการ และคณะทำงานต่างๆ จะต้องมีผู้แทนของคนพิการเข้าร่วมด้วยทุกระดับเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ |